
ภาพ: สร้างด้วย AI (GPT Image) · KAIDOLAB
ภาพที่คนรุ่นหนึ่งจำได้ คือ RX-7 สีส้มคล้ายพระอาทิตย์ตก ตัวถังกว้างจนล้อเหมือนจะดันออกมานอกบอดี้ เลี้ยวท้ายปัดกลางที่จอดรถในหนัง Tokyo Drift
ภาพ: Wikimedia Commons · Tokumeigakarinoaoshima (CC BY-SA 4.0)
คันนั้นคือ Veilside Fortune และมันทำให้ชื่อสำนักเล็กๆ จากญี่ปุ่นไปอยู่ในหัวคนทั้งโลก
จุดเริ่มต้น
Veilside ก่อตั้งราวปี 1990 โดยคุณ Hironao Yokomaku เริ่มจากงานช่วงล่างและเครื่องยนต์ ก่อนขยับมาทำชุดแอโรไดนามิกเต็มตัว
ช่วงต้นยุค 90 สำนักนี้เก็บรางวัลจากงาน Tokyo Auto Salon ได้ และ Supra Combat ก็เป็นอีกคันที่ได้รับการพูดถึงในงานเดียวกัน
ปรัชญา: ไม่ใช่แค่ยกของเดิมให้ดุขึ้น
เขาไม่ได้ทำกันชนเสริมหรือสปอยเลอร์แปะ แต่รื้อรูปทรงรถใหม่ทั้งคัน เส้นสายโค้งต่ำ ปีกหน้าและท้ายกว้าง ได้อิทธิพลจากแบทโมบิลยุค 60 ตามที่มีการเล่าต่อกัน
รถจึงดูเหมือนรถอีกรุ่น ไม่ใช่รถเดิมที่ติดชุดแต่ง
ผลงานที่คนจำได้
- RX-7 FD3S Fortune ชุดที่เปลี่ยนแผงตัวถังเกือบทั้งคัน เหลือหลังคากับฝาท้ายเดิม
- Supra JZA80 Combat ชุดต้นตำรับที่ทำให้ Supra ดูล่ำและต่ำลง
- Nissan 350Z กับ GT-R R35 สำนักนี้ทำชุดแต่งออกมาต่อเนื่อง แต่ภาพจำของคนส่วนใหญ่ยังอยู่ที่สองคันแรก

RX-7 และ Supra ผูกกับชื่อนี้
FD3S ตัวถังสวยอยู่แล้ว Veilside เลยเลือกเล่นกับความสวยนั้นแทนที่จะลบมัน จึงเกิดรถที่คนแยกออกทันทีแม้เห็นแค่เงา
ส่วน JZA80 เป็นรถที่เครื่องรับกำลังได้ ชุดตัวถังกว้างเข้ากับบุคลิกแรงของมันพอดี
ทำไมของ Veilside ถึงมีราคา
เหตุผลแรกคือชุดตัวถังของจริงทำน้อยและทำมือ คนที่อยากได้ต้องรอ ต้องจ่าย และต้องมีอู่ที่ติดตั้งเป็น
เหตุผลที่สองคือของเลียนแบบมีเยอะมาก ทำให้ของแท้ยิ่งถูกตามหา คันที่มีเอกสารหรือชิ้นส่วนแท้ราคาจึงต่างจากชุดก๊อปคนละชั้น
เหตุผลสุดท้ายคือหนัง ชื่อนี้ติดอยู่กับ RX-7 ส้มคันนั้นไปแล้ว
ในสายตาคนเล่นรถไทย
คนไทยจำ Veilside ผ่านหนังและเกม ก่อนจะรู้ว่าเป็นสำนักจริง ผู้เล่น FD และ Supra หลายคนยังฝันอยากได้สักชิ้น แม้ในสนามจริงของแท้จะหายาก
ถ้าเจอในตลาด ให้ดูงานประกบ รอยต่อ และที่มาก่อนเสมอ เพราะของหน้าตาคล้ายกันมีเยอะกว่าของจริงมาก
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: ภาพปกของบทความนี้สร้างด้วย AI ภาพประกอบในเนื้อหาเป็นภาพจริงตามเครดิตที่ระบุ



