
ภาพ: สร้างด้วย AI (GPT Image) · KAIDOLAB
เสียงมอเตอร์ไฟฟ้าที่แทรกเข้ามาช่วยเบรกตอนเข้าโค้ง จนตัวถังนิ่งกว่าเอสยูวีทั่วไป คือสิ่งที่ทำให้ Nissan X-Trail ตัวถัง T33 ถูกพูดถึงในหมู่คนขับญี่ปุ่นมาตั้งแต่เปิดตัวปี 2022 ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ที่ผสาน e-POWER เข้ากับการควบคุมแรงบิดแบบเรียลไทม์
ภาพ: Wikimedia Commons · Alexander Migl (CC BY-SA 4.0) · ภาพ: Wikimedia Commons · OWS Photography (CC BY 4.0)
วันที่ 3 กันยายน 2026 Nissan ประกาศปรับสเปคย่อยให้ X-Trail อีกครั้ง และวางขายในญี่ปุ่นทันทีวันเดียวกัน โฟกัสหลักอยู่ที่กลุ่ม e-4ORCE ทั้งไลน์ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึง NISMO
อะไรเปลี่ยนบ้าง
- G e-4ORCE ได้ล้ออัลลอยลาย geometric ขนาด 19 นิ้วแบบใหม่ พร้อมราวหลังคาและกระจกมองข้างสีดำ ให้ลุคดุขึ้น
- X e-4ORCE เปลี่ยนล้อ 18 นิ้วและสปอยเลอร์ท้ายเป็นสีดำ พร้อมเพิ่มประตูท้ายเปิดปิดด้วยรีโมทเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
- NISMO e-4ORCE และ AUTECH e-4ORCE ได้ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect เป็นมาตรฐานทุกคัน จากเดิมที่เป็นออปชันเสริม
- ไลน์ multibed ที่เคยมีแค่พื้นฐาน ROCK CREEK ขยายมาให้เลือกฐาน G e-4ORCE เพิ่มอีกทาง
นอกจากนี้ยังมีการปรับให้ตรงตามกฎหมายความปลอดภัยฉบับล่าสุดของญี่ปุ่นด้วย ตามที่ Nissan ระบุในถ้อยแถลง
ภาพ: Wikimedia Commons · TTTNIS (CC0) · ภาพ: Wikimedia Commons · Gold Pony (CC BY 3.0)
ราคาที่ญี่ปุ่น
ตามข้อมูลที่ Nissan เผยแพร่ ไลน์ X-Trail ปกติเริ่มต้นราว 4.092 ถึง 4.95 ล้านเยน ส่วน X-Trail NISMO อยู่ที่ราว 5.7541 ถึง 5.962 ล้านเยน ขึ้นอยู่กับเกรดและจำนวนที่นั่ง (5 หรือ 7 ที่นั่ง)
คนไทยควรสนใจตรงไหน
X-Trail ตัวถัง T33 ยังไม่มีขายอย่างเป็นทางการในไทย ตลาดบ้านเราคุ้นกับ Nissan Qashqai และ Kicks มากกว่า แต่ X-Trail คือรถที่ใช้แพลตฟอร์มและระบบขับเคลื่อน e-4ORCE ตัวเดียวกับที่ Nissan วางแผนกระจายไปทั่วโลก รวมถึงรุ่นพี่น้องอย่าง Nissan Rogue ในอเมริกา
สำหรับคนที่ตามรถนำเข้าหรือชอบเทคโนโลยี 4WD ไฟฟ้าของค่ายญี่ปุ่น การอัพเดตรอบนี้เป็นตัวชี้ทิศทางว่า Nissan ยังจริงจังกับ e-4ORCE แค่ไหน และอาจเป็นสเปคที่ไหลมาสู่รุ่นที่ขายในภูมิภาคอื่นในอนาคต
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: ภาพปกของบทความนี้สร้างด้วย AI ภาพประกอบในเนื้อหาเป็นภาพจริงตามเครดิตที่ระบุ



