
ภาพ: Wikimedia Commons · Alexander Migl (CC BY-SA 4.0)
ตราสัญลักษณ์ Z ทรงเรียบง่ายที่เคยติดหน้ารถตั้งแต่ S30 ยัน Z32 หายไปตั้งแต่ 370Z เปลี่ยนมาใช้โลโก้ Nissan แทน นานจนคนรุ่นใหม่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่ามันเคยอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งปลายเดือนสิงหาคม 2026 Nissan ประกาศให้มันกลับมายืนอยู่กลางกระจังหน้าอีกครั้ง บนรถที่ยังใช้ชื่อ Fairlady Z ในบ้านเกิด
ภาพ: Wikimedia Commons · OWS Photography (CC BY 4.0) · ภาพ: Wikimedia Commons · Tokumeigakarinoaoshima (CC0)
เปลี่ยนอะไรจากรุ่นก่อน
Fairlady Z และ Fairlady Z NISMO เจนเนอเรชั่น RZ34 ที่ปรับโฉมนี้เริ่มขายในสหรัฐฯ ไปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ก่อนตามมาเปิดตัวในญี่ปุ่นวันที่ 27 สิงหาคม การเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่หน้าตา ไม่ใช่การรื้อใหม่ทั้งคัน
- กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ทรงคางหมู แทนกริลล์สี่เหลี่ยมผืนผ้าเดิม
- โลโก้ Z กลับมาแทนตรา Nissan เป็นการคารวะรุ่น S30 ถึง Z32
- ลายล้ออัลลอยแบบใหม่ที่อ้างอิงเส้นสายจากรุ่น Z31
- สีตัวถังใหม่ Unryu Green ทูโทนกับ Super Black ได้แรงบันดาลใจจาก Grand Prix Green ในอดีต รวมมีให้เลือกครบ 10 แบบทั้งทูโทนและโมโนโทน
- ภายในเพิ่มโทนสีแทนคลาสสิคแบบ S30 และหน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้วมีแอนิเมชันตอนสตาร์ทเครื่องที่ไล่เงาซิลูเอตรถ Z ทุกเจเนอเรชันตั้งแต่ S30 จนถึง RZ34
ช่วงล่างเปลี่ยนมาใช้โช้คอัพแบบมอโนทิวบ์เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่รับแรงดันขึ้นถึง 26.6 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นเดิม เพื่อคุมอาการตัวถังตอนความเร็วสูงให้นิ่งขึ้น ส่วนรุ่น NISMO ได้จานเบรกหน้าแบบสองชิ้นพร้อมดุมอะลูมิเนียมที่ลดน้ำหนักลงล้อละ 4.5 กิโลกรัม
ขุมพลังยังเป็น VR30DDTT เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร V6 ตัวเดิม รุ่นมาตรฐานให้กำลัง 405 แรงม้า แรงบิด 475 นิวตันเมตร ส่วน NISMO จูนขึ้นเป็น 420 แรงม้า 520 นิวตันเมตร เกียร์เลือกได้ทั้งธรรมดา 6 สปีดหรืออัตโนมัติ 9 สปีด ในญี่ปุ่นราคาเริ่มที่ 5,737,600 เยนสำหรับรุ่นเริ่มต้น ไปจนถึง 9,752,600 เยนสำหรับ NISMO

คนไทยควรสนใจตรงไหน
Nissan ไม่ได้ทำตลาด Z อย่างเป็นทางการในไทย รถรุ่นนี้ที่เห็นวิ่งอยู่บ้านเราจึงเป็นรถนำเข้าเฉพาะกลุ่มเป็นหลัก แต่การที่ Nissan ยังลงทุนปรับโฉมและอัพช่วงล่างให้รถสปอร์ตหกสูบคู่เทอร์โบรุ่นนี้ต่อเนื่อง คือสัญญาณว่าคูเป้ขับหลังแบบดั้งเดิมยังมีที่ยืนในไลน์อัพของค่าย แม้ตลาดโลกจะโอนเอียงไปทาง SUV และรถไฟฟ้าแทบทั้งหมด สำหรับคนที่ตามรอย Z ตั้งแต่ S30 การได้เห็นโลโก้ตัวนั้นกลับมาบนรถที่ยังผลิตขายจริง ก็นับเป็นเรื่องที่มีความหมายไม่น้อย



