
ภาพ: สร้างด้วย AI (GPT Image) · KAIDOLAB
ลองนึกถึงรถเล็กที่จอดอยู่หน้าโรงแรมหรู ตัวถังเตี้ยกะทัดรัด แต่หน้าตาเต็มไปด้วยกริลล์ทรงสปินเดิลแบบที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า Lexus นั่นคือภาพของ LBX ครอสโอเวอร์คันเล็กที่สุดของค่าย
ภาพ: Toyota Motor Corporation Global Newsroom · ภาพ: Wikimedia Commons · Oq10pass (CC0)
วันที่ 22 ตุลาคม 2026 Lexus ประกาศปรับปรุงรุ่นนี้ในญี่ปุ่น และกำหนดเริ่มขายผ่านดีลเลอร์ทั่วประเทศวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026
เปลี่ยนอะไรบ้าง
หัวใจของรอบนี้อยู่ที่ความนุ่มนวลและความมั่นคงของช่วงล่าง ตามข้อมูลจากห้องข่าวของ Toyota มีรายการหลักดังนี้
- เพิ่มความแกร่งตัวถัง ด้วยการปรับความหนาของแผ่นคอสครอสเมมเบอร์ตรงกลาง
- ปรับค่าวาล์วของโช้คอัพ ให้ตัวรถคุมอาการได้นุ่มขึ้นบนผิวถนนขรุขระ
- ปรับการควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้า ให้ความรู้สึกคล่องแต่ยังนิ่ง
- จอ Head-up Display สีพร้อมสวิตช์บนพวงมาลัย และกล้องบันทึกหน้าหลัง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
อีกข้อที่ควรรู้คือ ข้อมูลที่ค้นเจอบอกว่าการจูนช่วงล่างทำที่สนามนูร์บูร์กริงในเยอรมนี ตามแนวทางที่ Lexus ยึดเรื่องความสบายและความละเมียด
สีใหม่ Sou
สีที่เพิ่มเข้ามาชื่อ Sou (蒼) เป็นโทนน้ำเงินที่มีประกายสะท้อนเมื่อโดนแสง มีให้เลือกทั้งสีเดียวและคู่กับหลังคาดำในบางรุ่น ส่วนการจัดสีต่อรุ่นก็ปรับใหม่ด้วย Relax และ Elegant เลือกสีเดียวได้ทุกสี ขณะที่ Cool และ Active เลือกทูโทนได้ทุกแบบรวมถึงดำไมกา

ขุมพลังและราคาที่ญี่ปุ่น
ขุมพลังยังเป็นไฮบริดเครื่องสามสูบ M15A-FXE คู่กับเกียร์ eCVT มีทั้งขับหน้าและขับสี่ ราคารวมภาษี 10% ดังนี้
- Elegant 4,450,000 เยน (ขับสี่ 4,710,000)
- Active 4,650,000 เยน (ขับสี่ 4,910,000)
- Cool และ Relax 4,820,000 เยน (ขับสี่ 5,080,000)
- Bespoke Build 5,670,000 เยน (ขับสี่ 5,930,000)
คนไทยควรมองตรงไหน
รอบนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนโฉม แต่เป็นการเก็บรายละเอียดด้านความรู้สึกขับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของรถเล็กพรีเมียมให้ค่าอยู่แล้ว คนที่สนใจนำเข้าหรือตามดูทิศทางของ Lexus น่าจะใช้เป็นตัวชี้วัดได้ว่าค่ายให้น้ำหนักกับความนุ่มและความแน่นมากแค่ไหน ส่วนกำหนดขายและราคาในไทย ผมยังไม่พบข้อมูลยืนยัน
ประกาศฉบับที่ผมอ่านไม่ได้พูดถึงรุ่น Morizo RR จึงขอไม่สรุปอะไรเกี่ยวกับรุ่นนั้นในเรื่องนี้
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: ภาพปกของบทความนี้สร้างด้วย AI ภาพประกอบในเนื้อหาเป็นภาพจริงตามเครดิตที่ระบุ



