
ภาพ: สร้างด้วย AI (GPT Image) · KAIDOLAB
ไฟหน้าเรียวยาว ฝากระโปรงลาดต่ำ แล้วเสียงเครื่อง 1.8 ที่ไม่ดังเกินเหตุ Civic FD คือเก๋งที่ยังเห็นจอดหน้าบ้านและวิ่งในเลนขวาไม่ขาดสาย ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ทรงยังไม่ล้าสมัยอย่างน่าแปลกใจ
ภาพ: Wikimedia Commons · Alexander Migl (CC BY-SA 4.0) · ภาพ: Wikimedia Commons · Matti Blume (CC BY-SA 4.0)
ข้อมูลในคู่มือนี้มาจากการค้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ผมจะบอกตรงๆ ในจุดที่หาข้อมูลยืนยันไม่ได้ครบ ดีกว่าเดาตัวเลขให้คุณ
สรุปใน 3 บรรทัด
- เหมาะกับคนที่อยากได้เก๋งทรงสวย ขับสบาย อะไหล่หาง่าย ในงบไม่ถึงสามแสน และพร้อมจ่ายค่าซ่อมตามอายุรถ
- ราคาที่เห็นในประกาศขายอยู่ราว 130,000 ถึง 260,000 บาท (ตุลาคม 2026) ขึ้นกับปี รุ่นย่อย และไมล์
- จุดที่ต้องระวังที่สุดคือระบบแอร์ ระบบไฟฟ้าและมาตรวัด รวมถึงสภาพช่วงล่างของคันที่วิ่งมาเกือบสองแสนกิโลเมตร
รุ่นย่อยและปีที่ควรมอง
รถเจนนี้ประกอบที่อยุธยา ในตลาดไทยเจอเครื่อง 1.8 ลิตร เป็นหลัก มีรุ่น E, S และ ES ส่วนเครื่อง 2.0 ลิตร เป็นตัวท็อปที่เจอน้อยกว่ามาก ป้ายปีที่เจอในประกาศคือ 2006 ถึง 2011 ส่วนปี 2005 ไม่เจอในประกาศที่ผมเห็น
ปี 2009 เป็นต้นไปเป็นรุ่นปรับโฉมเล็ก กันชน ล้อ และกระจังหน้าเปลี่ยนไป ตัวที่ผมให้แต้มมากกว่าคือรุ่นหลังปรับโฉม เพราะอายุน้อยกว่าและสภาพโดยรวมมักดีกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าคันเก่ากว่าจะแย่ ดูประวัติดูแลก่อนดูปี
เกียร์มีออโต้เป็นส่วนใหญ่ เกียร์ธรรมดาหายากกว่ามาก ส่วน Type R (FD2) เป็นตัวถังแยกที่ขายญี่ปุ่นและมาเลเซีย ในไทยมีเฉพาะคันนำเข้ามา ผมไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีกี่คันและราคาเท่าไร จึงไม่ขอบอกตัวเลข
ราคาตลาดมือสองในไทย
ราคาในหัวข้อนี้มาจากประกาศขายในเว็บซื้อขายรถมือสองและเต็นท์รถ ที่เห็นจากผลค้นหาเมื่อตุลาคม 2026 ผมยังเปิดหน้ารายการเต็มไม่ได้ทุกหน้า จึงให้เป็นช่วงกว้างไว้ก่อน
- รุ่น 1.8 ปี 2006 ไมล์สองแสนต้นๆ ราว 130,000 ถึง 150,000 บาท (ตุลาคม 2026)
- รุ่น 1.8 ปี 2008 ถึง 2009 อยู่ระหว่าง 130,000 ถึง 230,000 บาท (ตุลาคม 2026) คันแต่งหรือคันสวยเจ้าของเดียวจะอยู่ปลายบน
- รุ่น 1.8 ปี 2011 ไมล์ราวหนึ่งแสนแปดหมื่นกว่า ประกาศอยู่ราว 250,000 ถึง 260,000 บาท (ตุลาคม 2026)
ราคาประกาศไม่ใช่ราคาปิดดีล ต่อรองได้อีกเสมอ
จุดเสียประจำรุ่นที่ต้องเช็ค
ข้อมูลจุดเสียมาจากบทความเจ้าของรถและร้านซ่อมที่ค้นเจอ ส่วนค่าซ่อมเป็นการประเมินคร่าวๆ ของผมเอง ไม่ใช่ใบเสนอราคา ให้ถามอู่ที่คุณไว้ใจก่อนตัดสินใจ
- ระบบแอร์ไม่เย็นหรือเย็นๆ หายๆ อาการคือเปิดไปไม่กี่นาทีแล้วลมอุ่น วิธีเช็คคือเปิดแอร์สุดตั้งแต่ติดเครื่องแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที ค่าซ่อมราว 2,000 ถึง 20,000 บาท (ตุลาคม 2026) ถูกสุดคือเติมน้ำยาหรือเปลี่ยนรีเลย์ แพงสุดคือคอมเพรสเซอร์
- มาตรวัดและไฟหน้าปัดรวน อาการคือไฟแผงหน้าปัดกระพริบ เข็มความเร็วหรือน้ำมันกระตุก เช็คโดยเปิดสวิตช์ค้างไว้แล้วสังเกตเข็ม ค่าซ่อมราว 1,500 ถึง 6,000 บาท (ตุลาคม 2026)
- ปั๊มและท่อพาวเวอร์รั่ว อาการคือพวงมาลัยหนักเป็นช่วง มีเสียงครางตอนหักสุด เปิดฝากระโปรงดูคราบน้ำมันรอบปั๊มและท่อ ค่าซ่อมราว 1,500 ถึง 12,000 บาท (ตุลาคม 2026) ขึ้นกับว่าแค่ชุดซีลหรือเปลี่ยนท่อแรงดันสูง
- ช่วงล่างล้าตามอายุ อาการคือเสียงก๊อกแก๊กตอนผ่านลูกระนาด รถส่ายตอนเบรก ลองขับผ่านพื้นขรุขระแล้วดับเสียงเพลงฟัง ค่าซ่อมราว 5,000 ถึง 25,000 บาท (ตุลาคม 2026) ถ้าเปลี่ยนยกชุด
- เบรกสั่นหรือเสียงดัง อาการคือพวงมาลัยสั่นตอนเบรกจากความเร็วสูง ลองเบรกหนักบนทางโล่ง ค่าซ่อมราว 2,500 ถึง 8,000 บาท (ตุลาคม 2026) ถ้าเปลี่ยนจานและผ้า
ค่าดูแลและอะไหล่
อะไหล่หาไม่ยาก เพราะเป็นรถที่ประกอบในไทยและขายมาก ทั้งของแท้และของเทียบมีให้เลือกครบ ของสิ้นเปลืองอย่างน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง ผ้าเบรก ยาง เป็นราคาระดับเก๋งคอมแพกต์ทั่วไป
ค่าใช้จ่ายรายปีผมไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ แนะนำให้กันงบซ่อมเผื่อไว้ต่างหากจากค่าประกันและภาษี โดยเฉพาะปีแรกหลังซื้อ ที่ควรเปลี่ยนของเก่าที่ถึงอายุทั้งหมด
ใครควรซื้อ ใครไม่ควร
ควรซื้อถ้าคุณอยากได้เก๋งคันแรกหรือรถใช้งานที่ขับสนุก ทรงสวย และไม่หวั่นกับการดูแลรถอายุเกือบยี่สิบปี หรือรอทำเป็นโปรเจกต์แต่งเบาๆ
ไม่ควรซื้อถ้าคุณอยากได้รถที่ไม่ต้องเปิดฝากระโปรงเลย หรือหมดงบแล้วตั้งแต่จ่ายค่าตัวรถ อย่าซื้อคันที่ราคาถูกผิดปกติโดยไม่มีประวัติ และอย่าซื้อคันแต่งหนักโดยไม่ดูว่าเครื่องเดิมไปไหน
คำถามที่พบบ่อย
Civic FD มือสองปีไหนน่าซื้อที่สุด?
แนะนำช่วงรุ่นปรับโฉมตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นไปถ้างบถึง เพราะอายุน้อยกว่าและสภาพมักดีกว่า แต่คันปี 2006 ถึง 2008 ที่ดูแลดีและมีประวัติศูนย์ก็คุ้มไม่แพ้กัน
Civic FD กินน้ำมันไหม?
เครื่อง 1.8 ลิตร ถือว่าประหยัดตามขนาดเก๋งคอมแพกต์ แต่ผมไม่มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ยืนยันได้ ควรถามเจ้าของคันที่จะซื้อและลองคำนวณจากการใช้งานจริง
Civic FD มือสองควรเช็คอะไรก่อนอย่างแรก?
เริ่มจากแอร์ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ และช่วงล่าง เพราะเป็นจุดที่เจอปัญหาบ่อยและค่าซ่อมก้อนใหญ่ จากนั้นค่อยดูสภาพตัวถังและประวัติการชน
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: ภาพปกของบทความนี้สร้างด้วย AI ภาพประกอบในเนื้อหาเป็นภาพจริงตามเครดิตที่ระบุ



